3 นักเตะสำคัญคืนทัพ ! เจาะ 5 ประเด็นก่อนเกมลิเวอร์พูล

3 นักเตะสำคัญคืนทัพ ! เจาะ 5 ประเด็นก่อนเกม

3 นักเตะสำคัญคืนทัพ
LIVERPOOL, ENGLAND – SEPTEMBER 18:(THE SUN OUT,THE SUN ON SUNDAY OUT) Naby Keita of Liverpool celebrates after scoring the third goal during the Premier League match between Liverpool and Crystal Palace at Anfield on September 18, 2021 in Liverpool, England. (Photo by Andrew Powell/Liverpool FC via Getty Images)

ลิเวอร์พูล มีคิวต้องบุกเยือน เบรนท์ฟอร์ด ทีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ที่ทำผลงาน 3 นักเตะสำคัญคืนทัพ ได้น่าตื่นตาตื่นใจพอสมควรกับการเล่นเกมพรีเมียร์ลีก ครั้งแรก โดยงานนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องวางหมากให้รัดกุมหากคิดจะคว้า 3 คะแนนในถิ่น เบรนท์ฟอร์ด คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม
สิ่งที่น่าจะทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ยิ้มแป้นคงหนีไม่พ้น 3 นักเตะสำคัญอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ เจมส์ มิลเนอร์ พร้อมลงสนามช่วยทีม แต่ที่เซ็งจิตก็คืออาการบาดเจ็บของ ติอาโก้ อัลกันทาร่า กับ นาบี เกอิต้า ซึ่งพวกเขาหมดสิทธิ์ช่วยทีมแน่นอน

การเยือนรัง “ผึ้งพิฆาต” ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเนื่องจากผลงานของเจ้าบ้านก็ไม่ใช่เล่นๆ ค่อยปราบ อาร์เซน่อล ในเกมเปิดซีซั่นมาแล้ว และยังสู้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ได้อย่างสุดมันทั้งๆ ที่มีผู้เล่นน้อยกว่า 1 คน พร้อมเก็บ 3 คะแนนได้ซะด้วย ดังนั้นเกมนี้ “หงส์แดง” ประมาทมีโอกาสโดน “ผึ้งต่อย” ตาแตกเอาได้ง่ายๆ

  1. สามแข้งสำคัญพร้อมช่วยทีมเยือนแดนผึ้งพิฆาต
    ข่าวดีสำหรับลิเวอร์พูลในแมตช์นี้ก็คือการที่พวกเขาจะได้ 3 นักเตะตัวหลักกลับมาช่วยทีมได้ ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในการไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด คู่แข่งที่พวกเขาห้ามประมาทอย่างเด็ดขาด เพราะผลงานช่วงต้นซีซั่นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ตอนนี้สามารถกลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว และหากทุกอย่างไม่มีปัญหามีความเป็นไปได้สูงที่ คล็อปป์ จะให้ “บ็อบบี้” กลับมายืนประสานงานกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดยพัก ดีโอโก้ โชต้า ซึ่งหากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเกมก็สามารถส่ง ดาวเตะชาวโปรตุกีส ลงไปทดแทนได้

ขณะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ เจมส์ มิลเนอร์ สภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์สามารถลงสนามช่วยทีมในแมตช์นี้ได้ ซึ่งในรายของ แบ็กขวาเลือดผู้ดี คงจะยืนปักหลักทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม ส่วน มิลเนอร์ อาจจะได้ขยับขึ้นไปยืนตรงกลาง เนื่องจากทีมขาด ติอาโก้ อัลกันทาร่า รวมทั้ง นาบี เกอิต้า

การได้ขุมกำลังตัวหลักกลับมาฟิตสมบูรณ์ทันเวลาถือเป็นสิ่งที่ นายใหญ่ชาวเยอรมัน ต้องการมากๆ เพราะการไปเยือน “ผึ้งพิฆาต” ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เนื่องจากพวกเขาเป็นทีมที่เน้นการเล่นรับเหนียวแน่น และรอจังหวะสวนกลับซึ่งทำได้ดีเลยทีเดียว ไม่เชื่อลองไปถาม อาร์เซน่อล กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ดูก็ได้ !!!

  1. แผงมิดฟิลด์ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหนียวแน่น
    มีข่าวดีก็ต้องมีข่าวร้าย เพราะในแผงมิดฟิลด์ลิเวอร์พูล ไม่สิทธิ์ใช้งาน ติอาโก้ อัลกันทาร่า เนื่องจากได้รับบาดเจ็บในเกมที่ช่วยทัพ “หงส์แดง” ไล่ต้อน คริสตัล พาเลซ เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว รวมไปถึง นาบี เกอิต้า ที่เจ็บต้นขาแม้จะไม่รุนแรง แต่ คล็อปป์ คงไม่อยากเสี่ยงใช้งาน

ติอาโก้ กับ เกอิต้า กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีแต่เมื่อไม่สามารถลงสนามได้ งานนี้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังพอมีทางเลือกในการแก้ปัญหา โดยแน่นอนว่าสองตัวหลักที่จะได้ลงประจำการในแดนกลางก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ฟาบิน โญ่ ส่วนอีกคนคงหนีไม่พ้นจอมเก๋าสารพัดประโยชน์ เจมส์ มิลเลอร์

มิลเนอร์ มีทั้งประสบการณ์และลูกเก๋าในการที่จะบดบี้กับแดนกลางของเบรนท์ฟอร์ดได้ดีเลยทีเดียว และยิ่งมาประสานงานกับ ฟาบินโญ่ ยอมจะทำให้เกมในแผงมิดฟิลด์ของ “เดอะ เร้ดส์” มีความเหนียวแน่น ขณะเดียวกัน “เฮนโด้” คงจะได้รับอิสระในการเล่นเกมบุกมากยิ่งขึ้นด้วย

นอกจากนี้ คล็อปป์ ยังมีทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกันนั่นก็คือ เคอร์ติส โจนส์ ซึ่งในเกมคาราบาว คัพ เจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจเช่นกัน ซึ่งหากลิเวอร์พูล อยากเพิ่มความดุดันในเกมบุกก็อาจจะใส่ โจนส์ ลงสนาม เพราะเจ้าหนูรายนี้มีเทคนิคในการครองบอล และยังผ่านบอลได้แม่นยำด้วย

  1. เบรนท์ฟอร์ดไม่ธรรมดาระวังให้ดี
    ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลยว่านักเตะที่เป็นคีย์แมนสำคัญของ เบรนท์ฟอร์ด นั่นก็คือ อิวาน โทนีย์ กองหน้าชาวเมืองผู้ดี ที่สร้างผลงานได้น่าประทับใจมากๆ และยังเป็นตัวอันตรายที่แนวรับของ “หงส์แดง” ห้ามประมาทโดดเด็ดขาด

หัวหอกวัย 25 ปี ลงสนามให้กับต้นสังกัดในเกมลีกไปแล้ว 4 แมตช์ ซัดไป 2 ประตู โดยจุดเด่นของเขาก็คือการเล่นลูกกลางอากาศได้ดี, มีความคล่องตัวและรวดเร็ว ที่สำคัญจุดเด่นในเรื่องลูกโด่งทำให้เขาสามารถช่วยเกมรับเวลาที่ทีมต้องป้องการลูกตั้งเตะได้ด้วย

นอกจากนี้ โทนีย์ แล้วอีกหนึ่งแข้งเกมรับที่สร้างจุดแข็งให้กับ “เดอะ บีส์” ก็คือ คริสตอฟเฟอร์ เอเยอร์ เซนเตอร์แบ็กดีกรีทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งย้ายมาจาก กลาสโกว์ เซลติก ถือเป็นกองหลังที่ครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น และเล่นลูกบนพื้นกับลูกกลางอากาศได้อย่างสุดยอด

เอเยอร์ เป็นนักเตะที่มีความนิ่งมากๆ เวลาที่ครองบอลและส่งบอลได้อย่างแม่นยำ แถมเวลาที่คุมแนวรับร่วมกับ ปอนตัส แยนส์สัน และ อีธาน พินน็อก ทำให้กองหลังเบรนท์ฟอร์ดแข็งแกร่งยากที่คู่แข่งจะเจาะเข้าไปทำประตู

อีกหนึ่งแข้งที่จะไม่เอ่ยชื่อคงไม่ได้นั่นก็คือ วิตาลี ยาเจลต์ กองกลางชั้นดีชาวเยอรมัน ที่ช่วยทำให้แผงมิดฟิลด์ของ “ผึ้งพิฆาต” มีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของเขาคือการเข้าเสียบสกัดที่แม่นยำ, การตัดบอล, ไล่เพรสซิ่งเร็ว และยิงประตูได้แม่นยำด้วย ถือว่าเป็นนักเตะที่น่าจับตามองเลยทีเดียว

  1. แบ็กโฟร์ชุดแกร่งพร้อมกลับมาประจำการตามเดิม
    หนึ่งในจุดเด่นของลิเวอร์พูล ก็คือแผงแบ็กโฟร์ที่สามารถเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น และเติมเกมบุกได้อย่างดุดัน โดยในช่วงที่ผ่านมา คล็อปป์ อาจจะมีการโรเตชั่นทีมเพื่อเป็นการรักษาสภาพความฟิตให้อยู่ได้นานที่สุด ขณะเดียวกันก็มีแข้งบางคนที่จะไม่สมบูรณ์ หรือมีอาการบาดเจ็บ

ตอนนี้มีความชัดเจนว่าแล้ว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่พลาดช่วยทีมในเกมถล่ม พาเลซ เนื่องจากป่วย กลับมาฟิตแล้ว และสามารถลงสนามในเกมเยือนเบรนท์ฟอร์ดได้ เช่นเดียวกับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ตอนนี้คึกสุดขีดหลังช่วงที่ผ่านมา โดน คอสตาส ซิมิกาส แย่งตำแหน่งตัวจริงไป

การได้ฟูลแบ็กซ้ายขวาเจ้าประจำกลับมาช่วยทีมทำให้เกมรุกของลิเวอร์พูล จะกลับมาอันตรายอีกครั้ง ขณะที่สองเซนเตอร์แบ็กมีความเป็นไปได้ว่า โฌแอล มาติป และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จะได้กลับมาเล่นร่วมกันอีกครั้ง

แมตช์ที่แล้วที่พบกับ “ดิ อีเกิ้ลส์” คล็อปป์ เลือกใช้ อิบราฮิม่า โกนาเต้ จับคู่กับ ฟาน ไดค์ และก็ได้ผลดีซะด้วย แต่คาดว่าในการปะทะกับ เบรนท์ฟอร์ด กุนซือชาวเยอรมัน คงจะใช้คู่เซนเตอร์แบ็กระหว่าง มาติป กับ ฟาน ไดค์ เพราะพวกเขาน่าจะสร้างประโยชน์ได้หลากหลายมากกว่า

  1. ไม่ได้เจอกันมานานกว่าสามทศวรรษ งานนี้มันแน่
    การบุกเยือนแดนใต้ของลิเวอร์พูล ในแมตช์นี้ถือว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ สำหรับแฟนบอลเจ้าบ้าน เพราะทั้งสองทีมไม่เคยได้ปะทะฝีเท้ากันเลยในการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และการดวลกันครั้งสุดท้ายก็ต้องย้อนไปเมื่อ 32 ปีก่อนโน้นนนน

“เดอะ เร้ดส์” จะได้ไปเยือนถิ่นเบรนท์ฟอร์ด คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม เป็นครั้งแรก และยังเป็นแมตช์แรกในการปะทะกับ “ผึ้งพิฆาต” ในการแข่งขันทุกรายการนับตั้งแต่ปี 1989 โดยในเวลานั้นลิเวอร์พูล ยำใหญ่ เบรนท์ฟอร์ด 4-0 ศึกเอฟเอ คัพ

ฉะนั้นการมาเยือน “เดอะ บีส์” ครั้งนี้ทางแฟนบอลเจ้าบ้านคงคึกคักกันเต็มที่ เพราะพวกเขาจะได้ต้อนรับสโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัย ที่สำคัญสนามแห่งนี้ก็ถือว่าอันตรายไม่ใช่เล่น เพราะ อาร์เซน่อล ก็เลยพ่ายมาแล้วในเกมเปิดซีซั่น

ดังนั้น คล็อปป์ แอนด์ โค. ห้ามประมาทอย่างเด็ดขาด ชื่อชั้นความสำเร็จของ “หงส์แดง” อาจจะเหนือกว่า แต่หัวใจนักสู้ของนักเตะเบรนท์ฟอร์ดก็ไม่ธรรมดา พวกเขาเป็นประเภทวิ่งสู้ฟัดไม่พักจนกว่าจะหมดเวลาซะด้วย ระวังเอาไว้ให้ดีๆ

ติดตามข่าวสารกีฬาอื่นๆต่อได้ที่ – https://www.747foru.com/